วิธีเลือกเต็นท์ประเภทต่างๆให้เหมาะกับการใช้งาน

ในเวลาที่เราไปท่องเที่ยวตามนิทัศการต่างๆหรือตามตลาดนัดรถไฟนั้นจะเห็นได้ว่ามีการจัดบูธสินค้าหรือเต็นท์สำหรับแจกอาหารนั้นมากมายหลายที่แต่ละที่ก็จะมีลักษณะหน้าตาของตัวเต็นท์โค้งนั้นแตกต่างกันไป ความสำคัญของตัวเต็นท์นั้นามีแยกออกมาเป็นหลายๆประเภทซึ่งเหมาะกับการใช้งานหลายๆชนิด อย่างตามตลาดนั้นจะเห็นได้ว่าบูธที่มีขนาดเล็กจะใช้เป็นเต็นท์ปีระมิดหรือเต็นท์สนามาเพราะนอกจากจะมีลักษณะที่สวยงามแล้วยังสามารถพกพาและเวลาเก็บนั้นสามารถเก็บได้อย่างง่ายด้วย ในการใช้งานของเต็นท์นั้นควรมีขาที่แข็งแรงอย่างเช่นเวลาที่เราไปเลือกตั้งนั้นจะเห็นได้ว่ามีการใช้เต็นท์โค้งในการจัดเป็นบูธเพราะมีความแข็งแรงของขาตั้งที่ทำด้วยแท่งเหล็กทกให้ทนต่อเวลาที่เกิดลมพัดหรือพายุจะไม่พังโดยง่าย สำหรับผ้าใบที่นำมาใช้กับเต็นท์นั้นมีหลากหลายประเภท ประเภทที่เป็นผ้านั้นมีข้อดีคือไม่เก็บหรือนำความร้อนซึ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผ้าใบที่มีการสะสมของความร้อนนั้นไม่ควรนำมากลางเป็นเต้นท์ขายอาหารเพราะจะทำให้ลูกค้าที่มานั่งกินนั้นเกิดอาการร้อนอบอ้าวจนทำให้เกิดการไม่พอใจได้ ส่วนประเภทที่เป็นผ้านั้นสามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับเต้นท์สนามหรือเต็นท์โค้งเพราะสามารถสกรีนลายหรือแบรด์ต่างๆไปบนผ้าได้อีกด้วย ราคาของเต้นท์นั้นแตกต่างกันไปส่วนมากแล้วจะอยู่ที่ตัวผ้าใบที่นำมาใช้กับเต้นทและขนาดของตัวเต้นท์ด้วย ในเวลาที่เราไปจัดนิทัศการหรือกิจกรรมต่างๆนั้นเช่นกิจกรรมแจกอาหารที่มีผู้คนเป็นจำนวนมากนั้นควรจะเลือกเต้นที่มีความแข็งแรงทั้งขาเต็นท์และตัวผ้าเพราะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ลมพัดหรือพายุเข้าเต็นท์ที่มีความหนักแล้วล้มทับผู้คนอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ไม่ใช่แต่เพียงเต็นท์ที่ใช้ในการจัดบูธต่างๆเท่านั้นเต็นท์โค้งยังสามารถใช้ในการจัดประชุมด้วยการสร้างโครงเหล็กที่มีลักษณะเหมือนกับโดมแล้วคลุมด้วยผ้าใบขนาดใหญ่พิเศษนั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งเต็นท์ที่มีขนาดต่างๆนั้นสามารถปรึกษากับทางผู้ให้บริการได้เพราะทางผู้ให้บริการต้องไปตรวจวัดหน้างานก่อนที่จะมีการติดตั้งเต็นท์ที่มีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มากๆหลักๆแล้วราคาในการขายจะอยู่ที่ประมาณหลักพันจนกระทั่งถึงหลักหมื่นซึ่งแล้วแต่ประเภทของขาตังหรือโครงที่เราเลือกด้วยซึ่งหากเราเลือกโครงขาเหล็กที่มีความแข็งแรงมากราคาก็จะแพงตามไปด้วยเช่นเดียวกันแต่ถ้าเลือขาแบบท่อพลาสติกธรรมดาราคาจะถูกกว่าเยอะมาก