มีมาตรฐานหมดห่วงเรื่องไฟฟ้าลัดวงจร

มีมาตรฐานหมดห่วงเรื่องไฟฟ้าลัดวงจรทำไมต้องปลั๊กไฟ มอก.

ปลั๊กไฟ ประเภทปลั๊กพ่วงหรือปลั๊กสามตา เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นสำคัญ เชื่อว่าทุกบ้านต้องมี เพราะเป็นอุปกรณ์ประจำบ้านที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันได้มากที่สุดชิ้นหนึ่ง แต่กลับเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นสาเหตุของการเกิดไฟช็อต ไฟไหม้ หรือไฟฟ้าลัดวงจร บ่อยๆ เนื่องจากมักมีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าบนรางปลั๊กไฟเดียวกัน พร้อมๆ กันหลายตัว การเลือกปลั๊กไฟสักอัน จึงเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าปลั๊กพ่วงแบบที่เราเลือกใช้ที่บ้านได้มาตรฐาน ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินจริงๆ

ปัจจุบันเกือบทุกบ้านจะมีปลั๊กไฟต่อพ่วงไว้ใช้งาน เพื่อสะดวกในการเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ สำหรับวิธีการใช้งานที่ถูกต้องนั้น เราควรปฏิบัติดังนี้

1. ไม่ควรใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงต่อกันหลายเส้น เพื่อให้สายยาวขึ้น เพราะจุดรอยต่อจะเกิดความต้านทานเป็นสาเหตุให้เกิดความร้อน และอาจทำให้เกิดการลัดวงจรได้
2. ทุกครั้งที่เลิกใช้งานควรดึงปลั๊กสายไฟต่อพ่วงออกจากเต้าเสียบหลักที่ผนัง ไม่ควรเสียบทิ้งไว้
3. ควรเลือกใช้ปลั๊กสายไฟต่อพ่วงให้เหมาะกับขนาดการใช้ไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนั้นๆ
4. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าตลอดเวลา เช่น เครื่องปั๊มน้ำ หลอดไฟฟ้าส่องสว่างขนาดใหญ่ ไม่ควรใช้กับปลั๊กสายไฟต่อพ่วง
5. ห้ามใช้ปลั๊กสายไฟต่อพ่วงกับอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กระชากไฟเป็นช่วงๆ เช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำเย็น เป็นต้น
6. ก่อนเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับปลั๊กสายไฟต่อพ่วง ควรทำการปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียก่อน เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ
7. เต้าเสียบและเต้ารับต้องเสียบกันได้แน่นพอสมควรและไม่หลวม เพราะหากหลวมอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอาร์ค ความร้อนที่หน้าสัมผัสจะสูงจนเกิดเป็นประกายไฟลุกไหม้ได้
8. ไม่ควรใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงแบบถาวร เนื่องจากฉนวนหุ้มของสายไฟอ่อนจะเสื่อมคุณภาพเร็ว อาจจะกรอบและหลุดร่อนได้ง่าย และอาจทำให้สายไฟเกิดสนิมอ๊อกไซด์
9. ไม่ควรใช้ปลั๊กสายไฟต่อพ่วงที่มีสภาพชำรุด
10. หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กสายไฟพ่วงที่เป็นประเภทฉนวนหุ้มชั้นเดียว และที่เป็นแบบม้วนเก็บวงกลม เพราะปลั๊กไฟต่อพ่วงประเภทนี้ส่วนมากมีสายขนาดเล็ก เวลาม้วนเก็บสายมักตีเกลียวและชำรุดได้ง่าย

เลือกปลั๊กไฟอย่างไรให้ได้มาตรฐาน มอก.

วิธีเลือกปลั๊กพ่วง รวมไปถึงปลั๊กไฟ USB ให้ปลอดภัยไร้กังวล สามารถเลือกได้ตามมาตรฐานที่ทาง สมอ. กำหนดโดยสังเกตุแยกเป็นส่วนๆ ได้อย่างชัดเจน ดังนี้

เต้ารับไฟฟ้า

ต้องเป็นเต้ารับ 3 รูเสียบ มีขั้วสายดินมาตรฐานประเทศไทย เต้ารับ Universal ไม่สามารถใช้ได้ ที่สำคัญคือต้องมีตัวปิดช่อง (Shutter) ซึ่งเมื่อเสียบขาปลั๊กรูเดียวจะไม่สามารถเสียบลงได้ ต้องเสียบขาปลั๊กลงพร้อมกันเท่านั้น นอกจากนี้ยังต้องมีสัญลักษณ์ระบุทางเดินกระแสไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจนด้วย

เลือกปลั๊กไฟ สังเกตุได้จากสายไฟฟ้า

ต้องเป็นสายไฟฟ้าแบบกลมประเภท 3 ขั้วเท่านั้น แรงดันไฟฟ้าของสายไฟต้องไม่ต่ำกว่าเต้ารับและเต้าเสียบ มีสัญลักษณ์ระบุข้อมูลผู้ผลิต รหัสชนิดของสายไฟ แรงดันไฟฟ้าที่กำหนด จำนวนแกนและพื้นที่หน้าตัด อุณภูมิสูงสุดบนสายไฟ และเลขที่ มอก. 11-2553

อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน

หากมีจำนวนเต้ารับไฟฟ้าตั้งแต่ 3 ช่องขึ้นไป ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน แต่ไม่ใช่ประเภทฟิวส์ (Fuse) อุปกรณ์ที่ใช้ได้คือ Circuit Breaker หรือ Circuit Switch และกระแสไฟฟ้าที่กำหนดของตัวอุปกรณ์ป้องกันเองต้องไม่เกินที่กำหนดในตัวรางปลั๊กไฟ

ปลั๊กไฟ มอก. ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ผู้ใช้ควรต้องรู้อีก เช่น โรงงานผลิตต้องผ่านการตรวจมาตรฐานก่อนผลิตสินค้า มอก. รางปลั๊กไฟต้องผลิตจากวัสดุที่ไม่ลามไฟ ตัวน็อตต้องไม่เป็นหัว 4 แฉก หรือหัวแบน และผลิตภัณฑ์ต้องได้ IP20 ป้องกันสิ่งแปลกปลอมตั้งแต่ขนาด 12.5 มม. เข้าไปได้ ส่วนปลั๊กไฟ USB นั้นยังไม่มีมาตรฐานบังคับ

ปลั๊กไฟ สามารถใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างภายในบ้าน มีความปลอดภัยสูงขณะใช้งาน แต่ถึงจะมั่นใจว่าปลอดภัย ตัวเราเองก็ต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างรอบครอบด้วย จึงแนะนำว่าเมื่อใช้งานเสร็จแล้วทุกครั้งให้ถอดสายเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าออก ไม่ควรเสียบแช่ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะนอกจากไม่ปลอดภัยแล้ว ยังเปลืองค่าไฟโดยใช่เรื่อง และก่อนออกจากบ้านต้องถอดปลั๊กไฟออก ห้ามเสียบปลั๊กไฟคาไว้เด็ดขาด ทั้งนี้ก็เพื่อตัดกระแสไฟฟ้า ป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าลัดวงจร

เพียงใช้อย่างถูกวิธีคุณก็จะใช้งานปลั๊กไฟสายต่อพ่วงได้อย่างปลอดภัย